วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

งานวิจัยปัญหาการสอน


องค์ความรู้                                                                     
ข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้  เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชา
วิธีสอนวิชาพลศึกษาโดยการนั่งสมาธิก่อนเรียน ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์
 คณาจารย์สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร  และวิทยาเขตตรัง  ที่เข้าร่วมประชุม
เชิงปฏิบัติการการบูรณาการกระบวนการวิจัยกับการจัดการเรียนการสอน
วันที่ 10 -12 พฤษภาคม  2544
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
1.  กล่าวถึงความสำคัญของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิธีสอนพลศึกษา
              2.  บรรยายสภาพปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิธีสอนพลศึกษาที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาที่ทำการสอนในชั้นเรียน
              3.  เสนอแนวทางการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิธีสอนพลศึกษาสำหรับนักศึกษาที่ทำการสอนในชั้นเรียน

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษาหลังการนั่งสมาธิก่อนเรียนกับเกณฑ์
2.  เพื่อศึกษาร้อยละของจำนวนนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์หลังการเรียนโดยการนั่งสมาธิก่อนการเรียน
3.  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมการนั่งสมาธิก่อนการเรียน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
      นักศึกษามีการฝึกสมาธิก่อนการเรียนและมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น

นิยามศัพท์เฉพาะ
นิยามศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวข้อง ควรมีดังนี้
1.  การนั่งสมาธิ
2.  การนั่งสมาธิก่อนการเรียนการสอน
3.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
4.  ความพึงพอใจ
5.  เกณฑ์

สมมติฐานของการวิจัย
นักศึกษาที่เรียนรายวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

ขอบเขตการวิจัย
1. กลุ่มป้าหมาย ที่ต้องการศึกษา เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เรียนวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษา            คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จำนวน    15 คน
2.  ตัวแปรที่ศึกษา
                2.1     ตัวแปรตาม  คือ  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
                2.2     ตัวแปรอิสระ / ตัวแปรทดลอง  คือ การฝึกนั่งสมาธิก่อนเรียน
                        3.   เนื้อหาที่จะทดลอง  เนื้อหารายวิชาวิธีสอนพลศึกษา
        4.  ระยะเวลาที่จะดำเนินการทดลอง ใช้เวลาการทดลองทั้งสิ้น 60 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 15 สัปดาห์ ตามตารางเรียนของนักศึกษา

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
               เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษา  โดยการนั่งสมาธิก่อนเรียน ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ ควรมี ดังนี้        
1.             วิธีสอน
2.             วิธีสอนวิชาพลศึกษา
3.             การปฏิบัติสมาธิ
4.             การหาคุณภาพของเครื่องมือ
5.             ความพึงพอใจ
6.             งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนโดยการนั่งสมาธิก่อนเรียน

วิธีดำเนินการวิจัย
        1. การเลือกกลุ่มเป้าหมาย  เลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์  สถาบันการพลศึกษา  วิทยาเขตชุมพร  จำนวน 15  คน
2.  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
    2.1   เครื่องมือการวิจัยที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล มี ดังนี้
                           2.1.1  แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 5 ตัวเลือก ซึ่งผู้วิจัยเป็นผู้สร้างขึ้นเอง  ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบทดสอบ โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน
                                    2.1.2  แบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอน เป็นแบบมาตราส่วน    ประมาณค่า 5 ระดับ  ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบประเมิน โดยใช้ดัชนี  ความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญจำนวน  5 คน
                                  2.1.3  แบบประเมินผลการทดลองสอน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ         ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบประเมิน โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญจำนวน  5 คน
                                  2.1.4  แบบแบบประเมินความพึงพอใจ  เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ          ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบประเมิน โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน
    2.2  เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง  เป็นแบบปฏิบัติสมาธิ หาคุณภาพด้านความเที่ยงตรง  โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน

                       3.  การดำเนินการวิจัย
                             3.1   แบบแผนการวิจัย ใช้รูปแบบ  One group pretest – posttest design 
                             3.2  ขั้นตอนการดำเนินการทดลอง
                                     3.2.1  ชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
                                     3.2.2  แนะนำวิธีการทำสมาธิ
                                     3.2.3  นักศึกษาทำสมาธิก่อนเรียน
                                     3.2.4  ดำเนินการสอนตามปกติ

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล
1.  ขั้นเตรียมการ
                        ดำเนินการติดต่อกับภาควิชา เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการทดลอง
1.2   จัดตารางในการทดลอง โดยทำการทดลองในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ใช้เวลาการทดลองทั้งสิ้น 60 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 15 สัปดาห์
                           1.3  จัดสร้างแบบฝึกปฏิบัติสมาธิ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอน แบบประเมินผลการทดลองสอน และแบบประเมินความพึงพอใจ  
        2.  ขั้นทดลอง
                      ผู้วิจัยนำชุดฝึกปฏิบัติทำสมาธิ ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับนักศึกษา  ชั้นปีที่ 4 ที่ไม่เคยเรียนเนื้อหานี้มาก่อน จำนวน 15 คน  โดยดำเนินการ ดังนี้
2.1        นักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรียน
                              2.2 นักศึกษาฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอนหลังจบบทเรียน เรื่องการเขียนแผน        การสอน
2.3        นักศึกษาทดลองสอน หลังจบบทเรียน เรื่องการทดลองสอน
2.4        นักศึกษาทำแบบประเมินความพึงพอใจหลังเรียนจบทุกบทเรียน
2.5        นักศึกษาทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจบทุกบทเรียน
                              2.6    นำคะแนนทดสอบก่อนเรียน คะแนนการประเมินฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอน คะแนนการประเมินการทดลองสอน  คะแนนการประเมินความพึงพอใจ และคะแนนการทดสอบ            วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาหาค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

        การวิเคราะห์ข้อมูล
1.  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษาหลังการนั่งสมาธิ        ก่อนเรียนกับเกณฑ์  โดยใช้  t - test
2.  การหาร้อยละของจำนวนนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์หลังการเรียนโดยการนั่งสมาธิก่อนการเรียน
       3.  การหาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมการนั่งสมาธิก่อนการเรียน โดยใช้ ค่าเฉลี่ย  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                                                                           **********************

     สรุปคือ
                        
          สรุปของงานวิจัยของเรื่องนี้คือไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาหรือผู้สอนก็ตามจะเห็นได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษานั้นส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับสมาธิไม่ว่าจะเป็นการสอนหรือการเรียนรู้ในรูปแบบได้ก็ตาม เเต่หลักสำคัญก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมาธิเพียงอย่างเดียวจะเห็นได้ว่าในการสอนนั้นจำเปนจะต้องมีเทคนิคหรือทักษะในการสอนข้อนข่างมากเพื่อมุ่งเน้นในการรับรู้รับฟังของผู้ฟังหรือผู้เรียน จะเห็นได้ว่าจากผลการวิจัยนี้ผลการตอบสนองของ นักศึกษากลุ่มเป้าหมายนับว่าได้ผลเกินกว่าที่คาดจากการทดลองการวิจัยในครั้งนี้ ฉนั้นกระผมเห็นว่าในการเรียนการสอนนั้นการที่จะทำให้นักเรียนนักศึกษาสนใจเเล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของสมาธิเพราะการนั่งสมาธิก่อนเรียนนั้นทำให้ทักษะทางด้านการจดจำก็ดีการเรียนรู้ก็ดีฯลฯ เห็นได้จากผลการทดลองของงานวิจัยนี้    
                                                                                                                     

                                          ฉนั้น
                      ในการเรียนการสอนนั้นจะขาดสิ่งได้ไปไม่ได้เลยทังทางด้านสมาธิเเละเทคนิคการสอน