องค์ความรู้
ข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชา
วิธีสอนวิชาพลศึกษาโดยการนั่งสมาธิก่อนเรียน
ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์
คณาจารย์สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร และวิทยาเขตตรัง ที่เข้าร่วมประชุม
เชิงปฏิบัติการการบูรณาการกระบวนการวิจัยกับการจัดการเรียนการสอน
วันที่ 10 -12 พฤษภาคม 2544
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
1. กล่าวถึงความสำคัญของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิธีสอนพลศึกษา
2. บรรยายสภาพปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิธีสอนพลศึกษาที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาที่ทำการสอนในชั้นเรียน
3. เสนอแนวทางการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิธีสอนพลศึกษาสำหรับนักศึกษาที่ทำการสอนในชั้นเรียน
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษาหลังการนั่งสมาธิก่อนเรียนกับเกณฑ์
2. เพื่อศึกษาร้อยละของจำนวนนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์หลังการเรียนโดยการนั่งสมาธิก่อนการเรียน
3.
เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมการนั่งสมาธิก่อนการเรียน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
นักศึกษามีการฝึกสมาธิก่อนการเรียนและมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น
นิยามศัพท์เฉพาะ
นิยามศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวข้อง ควรมีดังนี้
1. การนั่งสมาธิ
2. การนั่งสมาธิก่อนการเรียนการสอน
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
4. ความพึงพอใจ
5. เกณฑ์
สมมติฐานของการวิจัย
นักศึกษาที่เรียนรายวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
ขอบเขตการวิจัย
1. กลุ่มป้าหมาย ที่ต้องการศึกษา เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เรียนวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์
สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 15 คน
2. ตัวแปรที่ศึกษา
2.1 ตัวแปรตาม
คือ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
2.2 ตัวแปรอิสระ / ตัวแปรทดลอง คือ การฝึกนั่งสมาธิก่อนเรียน
3.
เนื้อหาที่จะทดลอง เนื้อหารายวิชาวิธีสอนพลศึกษา
4. ระยะเวลาที่จะดำเนินการทดลอง ใช้เวลาการทดลองทั้งสิ้น
60 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 15 สัปดาห์ ตามตารางเรียนของนักศึกษา
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เรื่อง
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษา โดยการนั่งสมาธิก่อนเรียน ของนักศึกษาชั้นปีที่
4 คณะศึกษาศาสตร์ ควรมี ดังนี้
1.
วิธีสอน
2.
วิธีสอนวิชาพลศึกษา
3.
การปฏิบัติสมาธิ
4.
การหาคุณภาพของเครื่องมือ
5.
ความพึงพอใจ
6.
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนโดยการนั่งสมาธิก่อนเรียน
วิธีดำเนินการวิจัย
1. การเลือกกลุ่มเป้าหมาย เลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร
จำนวน 15 คน
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.1
เครื่องมือการวิจัยที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล มี ดังนี้
2.1.1 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ
5 ตัวเลือก ซึ่งผู้วิจัยเป็นผู้สร้างขึ้นเอง
ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบทดสอบ โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5
คน
2.1.2 แบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอน เป็นแบบมาตราส่วน ประมาณค่า 5 ระดับ ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบประเมิน
โดยใช้ดัชนี ความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน
2.1.3 แบบประเมินผลการทดลองสอน
เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบประเมิน
โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญจำนวน
5 คน
2.1.4 แบบแบบประเมินความพึงพอใจ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตรวจคุณภาพเครื่องมือด้านความเที่ยงตรงของแบบประเมิน
โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน
2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง เป็นแบบปฏิบัติสมาธิ หาคุณภาพด้านความเที่ยงตรง โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน
3. การดำเนินการวิจัย
3.1 แบบแผนการวิจัย ใช้รูปแบบ One group pretest – posttest design
3.2 ขั้นตอนการดำเนินการทดลอง
3.2.1 ชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
3.2.2 แนะนำวิธีการทำสมาธิ
3.2.3 นักศึกษาทำสมาธิก่อนเรียน
3.2.4 ดำเนินการสอนตามปกติ
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ขั้นเตรียมการ
ดำเนินการติดต่อกับภาควิชา
เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการทดลอง
1.2 จัดตารางในการทดลอง
โดยทำการทดลองในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ใช้เวลาการทดลองทั้งสิ้น 60
ชั่วโมง สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 15 สัปดาห์
1.3 จัดสร้างแบบฝึกปฏิบัติสมาธิ
แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอน
แบบประเมินผลการทดลองสอน และแบบประเมินความพึงพอใจ
2.
ขั้นทดลอง
ผู้วิจัยนำชุดฝึกปฏิบัติทำสมาธิ ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับนักศึกษา ชั้นปีที่ 4 ที่ไม่เคยเรียนเนื้อหานี้มาก่อน จำนวน
15 คน โดยดำเนินการ ดังนี้
2.1
นักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2.2 นักศึกษาฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอนหลังจบบทเรียน
เรื่องการเขียนแผน การสอน
2.3
นักศึกษาทดลองสอน
หลังจบบทเรียน เรื่องการทดลองสอน
2.4
นักศึกษาทำแบบประเมินความพึงพอใจหลังเรียนจบทุกบทเรียน
2.5
นักศึกษาทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจบทุกบทเรียน
2.6 นำคะแนนทดสอบก่อนเรียน
คะแนนการประเมินฝึกปฏิบัติการเขียนแผนการสอน คะแนนการประเมินการทดลองสอน คะแนนการประเมินความพึงพอใจ และคะแนนการทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิธีสอนวิชาพลศึกษาหลังการนั่งสมาธิ ก่อนเรียนกับเกณฑ์ โดยใช้ t - test
2.
การหาร้อยละของจำนวนนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์หลังการเรียนโดยการนั่งสมาธิก่อนการเรียน
3.
การหาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมการนั่งสมาธิก่อนการเรียน
โดยใช้ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
**********************
สรุปคือ
สรุปของงานวิจัยของเรื่องนี้คือไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาหรือผู้สอนก็ตามจะเห็นได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษานั้นส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับสมาธิไม่ว่าจะเป็นการสอนหรือการเรียนรู้ในรูปแบบได้ก็ตาม เเต่หลักสำคัญก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมาธิเพียงอย่างเดียวจะเห็นได้ว่าในการสอนนั้นจำเปนจะต้องมีเทคนิคหรือทักษะในการสอนข้อนข่างมากเพื่อมุ่งเน้นในการรับรู้รับฟังของผู้ฟังหรือผู้เรียน จะเห็นได้ว่าจากผลการวิจัยนี้ผลการตอบสนองของ นักศึกษากลุ่มเป้าหมายนับว่าได้ผลเกินกว่าที่คาดจากการทดลองการวิจัยในครั้งนี้ ฉนั้นกระผมเห็นว่าในการเรียนการสอนนั้นการที่จะทำให้นักเรียนนักศึกษาสนใจเเล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของสมาธิเพราะการนั่งสมาธิก่อนเรียนนั้นทำให้ทักษะทางด้านการจดจำก็ดีการเรียนรู้ก็ดีฯลฯ เห็นได้จากผลการทดลองของงานวิจัยนี้
ฉนั้น
ในการเรียนการสอนนั้นจะขาดสิ่งได้ไปไม่ได้เลยทังทางด้านสมาธิเเละเทคนิคการสอน